สาเหตุที่ทำให้เกิดสิวมีหลายอย่าง ทั้งไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิต ฮอร์โมน พันธุกรรม และอาหาร ซึ่งอาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันของเรา เป็นสิ่งที่เราบริโภคทุกวัน ทำให้ประเภทของอาหารที่เราเลือกทานมีผลกระทบต่อตัวเราอย่างมาก เพราะไม่ว่าเรากินอะไรก็ตาม สารอาหารจะไปวนเวียนและสะสมอยู่ในระบบร่างกายของเรา เพราะฉะนั้น มาดูกันว่า เมนูไหนที่กระตุ้นสิว ทำให้เกิดสิวอักเสบขึ้นมาได้ และเมนูไหนดีต่อผิว ช่วยลดสิว ทำให้ผิวเรากลับมาใสเปล่งปลั่ง!

ประเภทอาหารที่ทำให้เกิดสิว

  1. ของหวาน และอาหารที่มีน้ำตาลเยอะเกิน: ผลการวิจัยล่าสุดจากหลายสถาบัน ได้บ่งชี้ว่าอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูงทำให้เป็นสิวง่ายขึ้น เพราะว่าเมื่อน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด อินซูลินจากตับอ่อนจะถูกผลิตขึ้นมา ซึ่งมีผลข้างเคียงคือการผลิตฮอร์โมนแอนโดนเจนเพิ่มขึ้นมาด้วย ซึ่งจะไปกระตุ้นให้ เซบัม (sebum) ถูกผลิตมากขึ้น ซึ่งไปเปลี่ยนขบวนการในเซลล์ผิวหนัง ทำให้เกิดการอักเสบ และเกิดการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในรูขุมขน จนทำให้เกิดเป็นสิวอักเสบ
  2. ของทอด/ของมัน อาหารที่มีไขมันในปริมาณมาก: จากงานวิจัยที่ศึกษาพฤติกรรมการรับประทานอาหารของวัยรุ่นและผู้ใหญ่ชาวจีนกว่า 5,000 คน พบว่าผู้ที่รับประทานอาหารไขมันสูงมีโอกาสเป็นสิวถึง 43% ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจ เพราะการทานอาหารมันอาจกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมันและทำให้หน้ามันมากขึ้น ซึ่งทำให้รูขุมขนมีโอกาสอุดตันมากขึ้น จนกลายเป็นสิวอุดตันและสิวอักเสบได้
  3. นมและผลิตภัณฑ์จากนม (dairy product): นมวัวเป็นสารอาหารที่ย่อยยาก เมื่อรับประทานแล้ว มักจะเกิดการหมักหมมในกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดการเจริญเติบโตของ ยีสต์ซึ่งถ้ามากเกินไปอาจจะกระตุ้นให้มีสิวได้ โดยอาหารที่ควรระวังคือ นมข้นหวาน ชีส เค้ก
  4. คาเฟอีน (caffeine): คาเฟอีนเป็นอีกสารนึงที่กระตุ้นให้ยีสต์เจริญเติบโตมากขึ้น และไปเพิ่มสารพิษ (toxin) ในร่างกาย โดยส่วนใหญ่แล้วคาเฟอีนพบได้ในกาแฟ ชา น้ำอัดลม และเครื่องดื่มชูกำลัง

อาหารที่ช่วยให้ผิวใส ไร้สิว อาหารลดสิว

  1. ชาเขียว: ใบชามีสารโพลีฟีนอล (Polyphenols) ซึ่งอาจช่วยลดการอักเสบของสิวและลดการผลิตไขมันจากต่อมไขมันในรูมขุมขน โอกาสเป็นสิวจะน้อยกว่า สำหรับผิวที่มีไขมันในปริมาณที่พอเหมาะและไม่มากจนเกินไป
  2. ขมิ้น: ขมิ้นมีสารเคอร์คูมิน (Curcumin) ซึ่งสามารถช่วยต้านการอักเสบ ช่วยให้ร่างกายควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น และยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว
  3. วิตามินเอ ดี อี และสังกะสี: วิตามินและแร่ธาตุเหล่านี้ นอกจากมีความสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแล้ว ก็ยังช่วยทำให้สุขภาพผิวดีขึ้นและช่วยลดโอกาสการเกิดสิวได้อีกด้วย
  4. โพรไบโอติก (Probiotics): ตัวอย่างที่ทุกคนรู้จักก็คือแลคโตบาซิลลัส ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ในปัจจุบันมีการผลิตโพรไบโอติกออกมาหลายรูปแบบ ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และอาหารเสริม โดยโพรไบโอติกที่มีชื่อว่า S. Boulardii อาจส่งผลดีต่อการรักษาสิวได้

แก้ปัญหาอย่างไรดี เมื่อมีสิวอยู่แล้ว

  1. งดการทานอาหารที่ทำให้เป็นสิว และทานอาหารที่ช่วยให้สุขภาพผิวดีขึ้น: อาหารมีผลกระทบต่อสุขภาพผิวเราจริง ๆ เพราะไม่ว่าเราจะรับประทานอะไร สารอาหารเหล่านั้นจะส่งผลกระทบต่อร่างกายเรา เพราะฉะนั้น งดอาหารที่กระตุ้นให้เกิดสิว และรับประทานอาหารที่ทำให้สุขภาพของเราและผิวเราดีขึ้น
  2. ทายารักษาสิวเสี้ยน ยารักษาสิวเสี้ยนที่มีกรดวิตามินเอ (retinoic acid) มีคุณสมบัติช่วยลดการอุดตันในต่อมไขมัน ช่วยป้องกันการเกิดสิวเสี้ยนใหม่ แต่กรดวิตามินเอทำให้ผิวหนัง บอบบางมากกว่าปกติ อาจจะทำให้ผิวแห้ง แสบและลอก หน้าแดงได้ จึงควรทาเฉพาะบริเวณจมูก หน้าผาก หรือคางที่มีสิวเสี้ยน แค่วันละ 1 ครั้งก่อนนอน หลีกเลี่ยงการทาบริเวณรอบดวงตา รอบจมูก หรือรอบปากซึ่งผิวหนังบริเวณดังกล่าวนี้บางกว่าบริเวณอื่น โดยมากจะเห็นผลว่าสิวเสี้ยนลดลงหลังจากใช้ยานี้เป็นเวลา 3-4 เดือน บางคนอาจจะมีสิวมากขึ้นหลังจาก 3-4 สัปดาห์แต่หลังจากนั้นสิวจะค่อย ๆ ลดลง
  3. ป้องกันไม่ให้เกิดสิวขึ้นอีก: โดยหลัก ๆ แล้วคือการทำความสะอาดผิวหน้าอย่างถูกวิธี และการบำรุงผิวหน้า โดยควรทำความสะอาดผิวหน้า 2 รอบในหนึ่งวัน ก็คือ การทำความสะอาดผิวหน้าช่วงเช้า และการทำความสะอาดผิวหน้าก่อนนอน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการบำรุงผิว
    • การทำความสะอาดผิวหน้าช่วงเช้า: โดยส่วนใหญ่แล้ว ช่วงเช้าเป็นช่วงเวลาเร่งด่วนสำหรับใครหลาย ๆ คนในการไปทำงานหรือไปเรียน ให้ล้างหน้าโดยใช้ cleanser ที่เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง โดยควรใช้ cleanser ที่ไม่ทำให้หน้าแห้งจนเกินไป ให้รักษาความชุ่มชื้นในผิวหน้าเราตลอดวัน เช่น Riviera Suisse Foam ที่ทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างล้ำลึกแต่ไม่แห้งตึง
    • การทำความสะอาดผิวหน้าก่อนนอน: เมื่อเรากลับมาถึงบ้านในตอนเย็น จะเป็นช่วงเวลาที่เรามีเวลาว่างในการดูแลผิวหน้า ตามขั้นตอนที่เหมาะสม โดยเริ่มจากการล้างเครื่องสำอางออก โดยใช้ eyes & lip remover กับบริเวณที่บอบบาง และใช้ cleansing (เช่น Biphasic Fluid Cleansing Oil) กับบริเวณอื่น ใช้สำลีเช็ดแบบวน ๆ เบา ๆ จนกว่าสำลีจะขาว เมื่อล้างเครื่องสำอางออกหมดแล้ว ให้ใช้ cleanser (เช่น Riviera Suisse Foam) ที่เหมาะกับสภาพผิวของเรา นวดไปตามรูขุมขนเพื่อล้างสิ่งสกปรกออกจากรูขุมขน นอกจากนี้แล้วถ้ามีเวลาว่าง เราสามารถสปาผิวได้อีกด้วย

Background photo created by jcomp – www.freepik.com

แบ่งปันบทความดีๆผ่านทาง

Follow Us on Social Media:

เผยผิวสุขภาพดีไปกับเรา

Shopping cart

0

No products in the cart.