หลาย ๆ คนอาจจะไม่รู้ว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญของการมีผิวพรรณที่ดี เกิดจากการที่เรามีค่าความเป็นกรด-ด่างหรือค่า pH ของผิวที่สมดุล ปัญหาผิวหน้าของเรานั้น ไม่ว่าจะเป็นผิวแห้งกร้าน ผิวลอกไปจนถึงผิวมัน และเกิดสิวบนใบหน้า ล้วนแล้วแต่มีสาเหตุมาจากการที่ค่า pH ของผิวไม่สมดุลนั่นเอง ดังนั้น วันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความเข้าใจค่า pH ของผิวกันมากขึ้น!

ค่า pH คืออะไร? บนผิวของเราควรมีค่าเท่าไหร่?

     ค่า pH (Potential of hydrogen) เป็นหน่วยที่ใช้วัดระดับความเป็นกรด-ด่าง ซึ่งจะมีช่วงระดับตั้งแต่ 1 ไปจนถึง 14 โดยถ้าสารในผลิตภัณฑ์มีความเป็นกรดมาก จะมีค่า pH เป็น 1 หากสารมีความเป็นด่างมาก ก็จะมีค่า pH อยู่ที่ 14 และถ้าหากมีค่า pH = 7 ก็จะเรียกสารนั้นว่ามีค่าเป็นกลาง อย่างเช่น น้ำเปล่า หรือร่างกายของเรา เป็นต้น หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้ว่า ผิวของเรานั้นมีค่าเป็นกรด ซึ่งเกิดจากน้ำมันจากต่อมไขมัน (sebum) ที่ผลิตออกมาบนผิวหนังชั้นนอก ผสมกันกับกรดแลกติกและกรดอะมิโนที่มาจากเหงื่อ ทำให้ผิวหน้าของเรามีค่า pH อยู่ในช่วงประมาณ 4.5 – 5.75 หรือค่าเฉลี่ยโดยทั่วไปจะอยู่ที่ 5.5 นั่นเอง

     ค่า pH ของผิวมีหน้าที่สำคัญ เนื่องจากความเป็นกรดนั้น เป็นเหมือนด่านที่ช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะและสิ่งสกปรกจากภายนอก รวมถึงเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิว แต่ถ้าหากค่า pH มีความเป็นด่าง ชั้นผิวด้านนอกซึ่งเป็นเกราะปกป้องผิวจะถูกทำลาย ทำให้ผิวของเราจะสูญเสียน้ำ จนผิวแห้งเสีย บอบบางและแพ้ง่ายมากยิ่งขึ้น

ปัจจัยที่ทำให้ค่า pH ของผิวเสียสมดุล

     สิ่งที่ทำให้ค่า pH ของผิวเราเสียสมดุล ล้วนแล้วมาจากสิ่งที่เราทำและเจอในชีวิตประจำวัน มีทั้งปัจจัยภายนอกและภายใน ซึ่งหลัก ๆ จะเกิดจากอะไรบ้าง เราจะพาทุกคนไปดูกัน!

  1. สารเคมีในผลิตภัณฑ์ความงาม

สารเคมีในเครื่องสำอางหรือสกินแคร์ต่าง ๆ ในกลุ่มของ DEA, MEA และ TEA อย่างเช่น คลีนซิ่งหรือโฟมล้างหน้า ที่นิยมใช้เป็นสารควบคุมค่า pH ก็ทำให้ผิวเราสูญเสียสมดุลได้เช่นกัน 

  1. ทำความสะอาดผิวบ่อยเกินไป

การทำความสะอาดผิวบ่อยเกินไปจะทำให้น้ำมันบนผิวหน้าของเราลดลง รวมถึงการเลือกใช้โฟมล้างหน้าที่ไม่อ่อนโยน มีค่า pH ที่สูง ซึ่งสังเกตได้จากเวลาเราถูหน้า แล้วจะมีความรู้สึกฝืดหรือเอี๊ยด ๆ บนใบหน้า สิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกราะป้องกันผิวถูกทำลาย

  1. เพศ อายุ และฮอร์โมน

ค่า pH บนผิวของผู้หญิงและผู้ชายจะแตกต่างกัน โดยส่วนมากผู้ชายจะมีค่า pH ที่ต่ำกว่าผู้หญิง เพราะผิวผู้ชายจะผลิตไขมันมากกว่าผู้หญิง และปกติผิวเด็กทารกเกิดใหม่จะมีค่า pH อยู่ประมาณที่ 5.5 – 6.5 เพราะเกราะปกป้องผิวยังไม่ถูกสร้างนั่นเอง

  1. อาหารการกิน

     ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ส่งผลโดยตรงกับค่า pH ของผิว แต่การทานอาหารที่มีไขมันหรือน้ำตาลก็อาจจะส่งผลเสียต่อผิวพรรณจากภายในได้เช่นกัน ดังนั้นเราควรทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อผิวและสุขภาพโดยรวม

หากผิวมีค่า pH ที่สมดุล ผิวพรรณจะเป็นอย่างไร?

     แน่นอนว่าถ้าผิวเรามีความสมดุล ก็ย่อมทำให้ผิวพรรณเราดูแข็งแรง ผิวเนียน สดใส แต่เราจะมาเจาะลึกกันมากขึ้นว่า จริง ๆ แล้วการที่ผิวสมดุลนั้นแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง

  1. ลดปัญหาหน้ามัน

     การที่ผิวเรามีค่า pH ที่เหมาะสมทำให้สภาพผิวของเราแข็งแรง มีเกราะป้องกันสิ่งสกปรกหรือมลภาวะได้เป็นอย่างดี แต่หากผิวหน้าของเรามีความเป็นกรดสูงหรือมีค่า pH ที่น้อยเกินไป จะทำให้ผิวหน้าเรามีความมันมากขึ้น หลาย ๆ คนที่มีปัญหาผิวหน้ามัน สามารถลองหาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยควบคุมค่า pH ให้สมดุลหรือควบคุมความมัน เพื่อไม่ให้หน้าของเรามันเยิ้ม จนเสียความมั่นใจไป

  1. สิวเกิดน้อยลง

     พอหน้าของเราอยู่ในภาวะที่สมดุล ไม่มีความมัน ก็จะทำให้สิวไม่เกิดขึ้นตามมา เนื่องจากถ้าผิวเรามีค่า pH ที่มากเกินไป ความมันบนใบหน้าก็จะตามมาและไปอุดตันรูขุมขน ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดสิวนั่นเอง

  1. ผิวชุ่มชื้น มีน้ำมีนวล

     ในทางกลับกันหากผิวของเรามีความเป็นด่างมากเกินไปหรือมีค่า pH สูง ผิงของเราก็จะมีความแห้ง หยาบกร้าน ผิวลอกเป็นขุยได้ หากใครมีอาการแบบนี้ อาจจะเกิดจากผลิตภัณฑ์ล้างหน้าแบบแรง ๆ ที่มีค่า pH สูง ซึ่งสังเกตได้จากเวลาเราล้างหน้าเสร็จหากผิวเราฝืด ๆ เอี๊ยด ๆ ก็หมายความว่าเราอาจจะใช้โฟมล้างหน้าที่แรงเกินไป

  1. ชะลอผิวไม่ให้แก่ก่อนวัย มีริ้วรอย

      การที่ผิวมีค่า pH อย่างเหมาะสมสามารถช่วยเรื่องริ้วรอยได้ เนื่องจากข้อที่ผ่านมา ได้กล่าวไปแล้วว่าถ้าผิวเรามีค่า pH ที่มากเกินไปก็จะทำให้ผิวเราแห้งกร้าน และเป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอย ตีนกาอีกด้วย ดังนั้นการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าและมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวก็สามารถแก้ปัญหาผิวแห้งได้เหมือนกัน

โฟมล้างหน้าที่ดีต่อผิวควรมีอะไรบ้าง

      หลังจากที่ทุกคนเริ่มเข้าใจแล้วว่าการที่ผิวมีความสมดุลมันดียังไง วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการเลือกโฟมล้างหน้าที่ดีเพื่อควบคุมค่า pH ของผิวกัน โดยโฟมล้างหน้าที่ดีจะต้องสามารถทำความสะอาดสิ่งสกปรกได้อย่างหมดจด แต่ก็ต้องไม่ทำร้ายผิวของเรา เนื่องจากผิวหน้าเป็นผิวที่ค่อนข้างบอบบาง ดังนั้น 3 คุณสมบัติหลัก ๆ ที่โฟมล้างหน้าที่ดีควรมี ได้แก่

  1. อ่อนโยนต่อผิว

     เราควรสแกนส่วนผสมของโฟมล้างหน้าให้ดีก่อน โดยเลือกโฟมล้างหน้าที่ไม่มีส่วนผสมของสารเคมีที่ทำให้ระคายเคือง ได้แก่

  • ส่วนผสมของสารซัลเฟต (Sulfate) หรือ SLS กับ SLES 
  • น้ำหอม
  • สารกันเสีย หรือ พาราเบน (Paraben)
  • แอลกอฮอล์ (Alcohol)

  1. ค่า pH อยู่ที่ประมาณ 5.5

     โดยปกติแล้วผิวหน้าของเรามีระดับค่า pH ที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 5.5 ดังนั้น โฟมล้างหน้าที่ดีควรมีค่า pH ที่เหมาะสม โดยไม่ควรมีส่วนผสมอย่าง Myristic Acid หรือ Potassium Hydroxide ซึ่งจะทำให้โฟมล้างหน้ามีค่า pH ที่สูงขึ้น เนื่องจากความเป็นด่างจะทำร้ายเกราะป้องกันผิวของเรานั่นเอง

  1. ล้างแล้วผิวไม่แห้งตึง

     อีกหนึ่งคุณสมบัติที่โฟมล้างหน้าที่ดีควรมีคือ เวลาเราล้างหน้าเสร็จแล้ว ผิวหน้าจะต้องไม่รู้สึกแห้งสนิท จะต้องเหลือความชุ่มชื้นอยู่นิดหน่อย ไม่อย่างนั้นจะทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้นจนเกินไป และทำให้ผิวแห้งยิ่งขึ้นไปอีก

สรุป การมีค่า pH ที่เหมาะสมกับผิวดียังไง

     ค่า pH ที่ดีของผิวหน้าควรอยู่ประมาณ 5.5 แต่เราไม่ก็ไม่สามารถควบคุมให้อยู่ค่าเท่าเดิมได้ตลอด เพราะว่าการทำกิจวัตรประจำวันหรือเจอมลภาวะ ทำให้ค่า pH บนใบหน้าเราเปลี่ยนไป ดังนั้นเราควรควบคุมค่า pH ให้เหมาะสม โดยการเลือกโฟมล้างหน้าที่ดี เราควรทำความเข้าใจสภาพผิวของเราก่อนว่าเป็นแบบไหน แล้วจึงเลือกโฟมล้างหน้าที่เหมาะสมกับสภาพผิวนั้น ๆ โดยโฟมล้างหน้าที่ดีจะต้องอ่อนโยนต่อผิว มีค่า pH อยู่ที่ประมาณ 5.5 และเมื่อล้างแล้วผิวจะต้องไม่แห้งตึงจนเกินไป อย่าง Riviera Suisse Foam เป็นโฟมล้างหน้าเนื้อนุ่ม ทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึกและอ่อนโยน ผ่านการทดสอบโดยแพทย์ผิวหนังจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เหมาะกับทุกสภาพผิว ให้ความชุ่มชื้นหลังจากการล้างหน้าโดยไม่ทำให้ผิวหนังแห้งตึงด้วยสาร Amisoft CS-22 มาเริ่มต้นดูแลผิวหน้าให้ดีไปพร้อม ๆ กันได้เลย!


Source: thaicream.com, idskinexpert.com, aquaplus.co.th, vogue.co.th, prachachat.net

แบ่งปันบทความดีๆผ่านทาง

Follow Us on Social Media:

เผยผิวสุขภาพดีไปกับเรา

Shopping cart

0

No products in the cart.