by Unknown author
8 วิธีกระชับรูขุมขน ลดรูขุมขนให้ดูเล็กลง เพื่อผิวหน้าที่สวยเนียนขึ้น

8 วิธีกระชับรูขุมขนกว้าง ลดรูขุมขนให้ดูเล็กลง เพื่อผิวหน้าสวยเนียนขึ้น

     รูขุมขนกว้าง เป็นปัญหากวนใจประเภทหนึ่งบนผิวหน้าของใครหลาย ๆ คน ซึ่งปัญหานี้เกิดจากต่อมผลิตไขมันชั้นใต้ผิวหนังขยายตัวใหญ่ขึ้น ทำให้รูขุมขนบนใบหน้ามีขนาดที่ใหญ่กว่าปกติ แต่ผิวหนังบริเวณรอบ ๆ รูขุมขนจะไม่มีอาการอักเสบใด ๆ โดยรูขุมขนที่กว้างสามารถส่งผลต่อการเกิดสิว เนื่องจากการขยายขนาดของต่อมไขมันทำให้มีการผลิตไขมันมากขึ้น และมีโอกาสทำให้เกิดสิวตามมา   วันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความเข้าใจให้มากขึ้นว่ารูขุมขนกว้างเกิดจากอะไร พร้อม 8 วิธีการดูแล รักษารูขุมขนกว้าง ไปดูกันเลย! สาเหตุที่ทำให้รูขุมขนกว้าง เกิดจากอะไร ?      หลายคนอาจจะคิดว่า สาเหตุของรูขุมขนที่กว้างนั้น อาจเป็นเพราะการล้างหน้าไม่สะอาด ทำให้รูขุมขนอุดตันและติดเชื้อ เป็นสิว และสิวก็ทำให้รูขุมขนกว้างขึ้น เพราะว่าผู้ที่มีรูขุมขนกว้างมักจะกำลังมีสิวอักเสบอยู่ หรือเคยมีประวัติว่าเป็นสิวรุนแรง ทำให้มีรอยแผลเป็นบริเวณผิวหน้า แต่จริง ๆ แล้ว การมีรูขุมขนกว้างนั้นยังไม่มีสาเหตุหลักที่แน่ชัด โดยสันนิษฐานว่าปัจจัยหลักประกอบไปด้วย พันธุกรรม เชื้อชาติ ประเภทผิว การสัมผัสกับแสงแดด และอายุ ตัวอย่างเช่น มีงานวิจัยค้นพบว่า โดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้หญิงชาวบราซิลจะมีรูขุมขนที่กว้างมากกว่าผู้หญิงชาวจีน 8 วิธีกระชับรูขุมขนกว้าง หน้าเนียนใสไร้สิว ทำความสะอาดหน้าด้วยน้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง       เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการดูแลรูขุมขนให้สะอาด เราควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ถนอมผิวหน้าอย่างอ่อนโยนประมาณวันละ 1-2 ครั้ง ไม่ควรล้างหน้าบ่อย ๆ และหลีกเลี่ยงการขัดผิวหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหน้าแห้งเสีย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคลด้วย เพราะคนที่มีผิวหน้ามันมีแนวโน้มที่จะเกิดสิวจากการอุดตันของไขมันและสิ่งสกปรกได้ง่ายกว่า ดังนั้นจึงควรมีวินัยในการดูแลผิวที่มากขึ้น ทางรีเวียร่า สวิซ ก็มี Facial Foam ที่ได้รับรางวัล The Best Cleansing Mousse จาก CLEO BEAUTY HALL OF FAME 2019 ซึ่งเป็นโฟมเนื้อนุ่ม สามารถทำความได้อย่างล้ำลึกและอ่อนโยนต่อผิว พร้อมมอบความชุ่มชื้นหลังล้างหน้าได้ เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว การรักษาเฉพาะจุด       บริเวณผิวที่มีความมันจะทำให้รูขุมขนบริเวณนั้นกว้างและสังเกตเห็นได้ชัดเจนมากกว่าบริเวณผิวที่แห้ง ดังนั้นการใช้ผลิตภัณฑ์หรือครีมมาสก์ใบหน้าเฉพาะจุด เช่น จมูก แก้ม หน้าผาก จะช่วยกระชับรูขุมขนและบำรุงผิวหน้าของเราได้ นอกเหนือจากนี้ ยังสามารถใช้กระดาษซับหน้ามัน เพื่อลดความมันบนใบหน้าระหว่างวันและป้องกันการอุดตันที่นำไปสู่การเกิดสิวได้ สครับผลัดเซลล์ผิวหน้า      การอุดตันที่ก่อให้เกิดการขยายตัวของรูขุมขนอาจจะเกิดจากเซลล์ผิวที่ไม่ถูกผลัดออกตามรอบการผลัดผิว ทำให้เซลล์ผิวที่ถูกผลัดนั้นไปอุดตันในรูขุมขนและทำให้รูขุมขนกว้างขึ้น ดังนั้นการสครับผิวหน้าอย่างอ่อนโยนเป็นประจำอย่างน้อย 2 – 3 ครั้ง ต่อสัปดาห์ จะช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิว ลดการอุดตันในรูขุมขน ทำให้ผิวเนียนกระจ่างใสมากยิ่งขึ้น ปกป้องผิวจากแสงแดด       ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแดดมากจนเกินไป เนื่องจากจะทำให้ความชุ่มชื้นของผิวลดลงจนผิวแห้งเสีย และทำให้รูขุมขนกว้างขึ้นได้ ดังนั้นเราควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 เป็นอย่างต่ำ เช่น…

แบ่งปันบทความดีๆผ่านทาง
Read More
by Unknown author
ยารักษาสิวอักเสบบนใบหน้า ควรใช้แบบไหนดี

สิวอักเสบเกิดขึ้นบนหน้า! ควรเลือกซื้อยารักษาสิวหรือครีมแต้มสิวยังไงดี?

     เมื่อเวลาสิวอักเสบเกิดขึ้นบนใบหน้า หลายคน คงเลือกที่จะเดินเข้าไปในร้านขายยา เพื่อซื้อยารักษาสิวหรือครีมรักษาสิว นำมาแต้มสิวเอง แต่รู้หรือไม่ว่าหากเราไม่เข้าใจสภาพผิวของตัวเอง และเลือกใช้ยารักษาสิวที่ไม่เข้ากันกับประเภทของผิวและสิวที่เป็นอยู่ ก็ไม่สามารถที่จะทำให้อาการของสิวลดลงได้ ดังนั้นการได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วและตรงจุด จะช่วยลดอาการของสิวและทำให้สิวหายไปได้ในที่สุด วันนี้เราจึงจะพาทุกคนมาทำความเข้าใจสิวอักเสบและระดับความรุนแรงของสิวอักเสบกัน! สาเหตุของการเกิดสิวอักเสบ      โดยปกติแล้ว สิวเกิดจากการที่ต่อมไขมันผลิตไขมันมากเกินไป และชั้นผิวหนังเริ่มหนาขึ้น จนไขมันไปอุดตัน สะสมอยู่ภายในรูขุมขน ทำให้เกิดอาการอักเสบแบบไม่รุนแรงใต้ผิวหนัง และก่อให้เกิดเป็นสิวประเภทต่าง ๆ นอกเหนือจากนี้ หากรูขุมขนที่อุดตัน เกิดการหมักหมมหรือไม่ได้รับการทำความสะอาดที่ดี แบคทีเรีย P.acnes จะย่อยไขมันภายในรูขุมขนนั้นเป็นอาหาร ซึ่งจะไปกระตุ้นการอักเสบให้หนักมากยิ่งขึ้น จนเกิดเป็นสิวอักเสบนั่นเอง ซึ่งสาเหตุการเกิดสิวนั้น อาจจะมาจากฮอร์โมนภายในร่างกาย ความเครียด หรือแม้กระทั่งจากแพ้สเตียรอยด์ที่เป็นส่วนผสมอยู่ในเครื่องสำอาง         การนอนดึกและพักผ่อนไม่เพียงพอก็มีผลต่อร่างกายทั้งระบบเช่นกัน เช่น ระบบหมุนเวียนเลือด น้ำเหลือง และฮอร์โมนต่าง ๆ ที่ผลิตออกมาผิดปกติ โดยร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งไปกระตุ่มต่อมไขมันให้ผลิตน้ำมันออกมามากโดยเฉพาะช่วงเวลาที่เครียด เป็นเหตุให้เกิดสิวและเกิดการอักเสบของสิวมากขึ้นอีกด้วย ดังนั้นเมื่อเรารู้ถึงสาเหตุของการเกิดสิวแล้ว เราจะรู้ได้อย่างไรว่าสิวอักเสบบนใบหน้าของเรา คือสิวประเภทอะไรกันนะ? ประเภทของสิวอักเสบ      สิวอักเสบนั้นเป็นสิวที่พัฒนามาจากสิวอุดตัน เมื่อสิวอุดตันมีแบคทีเรียเจริญเติบโตอยู่ในตุ่มสิว ทำให้สิวเกิดการอักเสบ บวมแดง หากไปสัมผัสก็อาจจะทำให้เกิดความเจ็บปวดได้ สิวอักเสบสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายชนิด ขึ้นอยู่กับขนาดของสิว และความรุนแรงของการอักเสบ ได้แก่  สิวตุ่มแดง (Papule): เป็นตุ่มสิวสีแดงขนาดเล็ก ๆ แข็งนูน  สิวหัวหนอง (Pustule): เป็นตุ่มแดงและปวด เริ่มมีหัวหนองสีเหลือง เนื่องจากแบคทีเรียเจริญเติบโตบริเวณต่อมเหงื่อและรูขุมขน สิวก้อนลึก (Nodular Acne): เป็นตุ่มสิวแดงขนาดใหญ่ลึกลงไปชั้นใต้ผิวหนัง มีอาการเจ็บปวดที่รุนแรงมากขึ้นจากการที่แบคทีเรียเริ่มกระจายตัวอยู่ในชั้นใต้ผิวหนัง สิวซีสต์ (Cystic Acne): เป็นตุ่มสิวขนาดใหญ่ เกิดจากถุงน้ำใต้ผิวหนังอักเสบ เนื่องจากภายในมีหนองอักเสบ  สิวหัวช้าง (Acne Conglobata): เป็นสิวที่มีอาการอักเสบขั้นรุนแรง เนื่องจากสิวชนิดนี้จะมีอาการร่วมของสิวหัวหนอง สิวก้อนลึกและสิวซีสต์อยู่ด้วยกัน มีหนองไหลอยู่ตลอดเวลา โอกาสติดเชื้อง่าย ควรรีบทำการรักษาหรือปรึกษาแพทย์โดยด่วน ระดับความรุนแรงของสิวอักเสบและแนวทางการรักษา      การรักษาสิวนั้นค่อนข้างละเอียดอ่อน วันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความเข้าใจสิวที่เกิดขึ้น ทั้งบนใบหน้าและต่างจุดต่าง ๆ ของร่างกายกัน เพื่อที่จะได้วางแผนและเลือกวิธีการรักษาได้อย่างเหมาะสม ซึ่งโดยปกติเราจะแบ่งสิวอักเสบตามความรุนแรงของอาการอักเสบ โดยจะมีทั้งหมด 3 ระดับ ได้แก่   ระดับที่ 1: สิวอักเสบเล็กน้อย (Acne Comedonica) ไม่มีการอักเสบรุนแรง จะพบสิวอุดตันหัวดำและหัวขาวในจำนวนเล็กน้อย มักกระจายบริเวณทั่วใบหน้า โดยเฉพาะจมูก หน้าผากและแก้ม มีโอกาสในการเกิดรอยสิวค่อนข้างต่ำ สิวในระยะนี้เราสามารถดูแลรักษาสิวได้ด้วยตนเอง ด้วยการใช้ครีมรักษาสิวหรือผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่มีส่วนผสมของสารเหล่านี้ Benzoyl Peroxide…

แบ่งปันบทความดีๆผ่านทาง
Read More
by Unknown author
Micro Silver อ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว ไม่ระคายเคือง

AHA BHA PHA ใช้แล้วแพ้ Micro Silver อาจจะเป็นคำตอบสำหรับคุณ

       หากใครเคยได้ยินชื่อสาร AHA BHA หรือ PHA ก็คงรู้กันอยู่แล้วว่าสารเหล่านี้ช่วยในการรักษาสิว แถมยังให้ผิวหน้าดูเรียบเนียน เนื่องจากช่วยผลัดเซลล์ผิวหน้าของเราให้หลุดออกไปเร็วขึ้น จึงเป็นที่นิยมในวงการสกินแคร์เป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามมีหลาย ๆ ท่านเกิดอาการแพ้ ระคายเคืองอย่างรุนแรงและผิวมีความไวต่อแสงจากการใช้ AHA BHA โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวบอบบาง เพราะสารสองตัวนี้มีความเป็นกรดอยู่ ซึ่งหากใครมีอาการแพ้ตามที่กล่าวมาข้างต้น สารสกัด Micro Silver อาจจะเป็นหนึ่งในตัวช่วยที่เหมาะสมสำหรับคุณ เพราะอะไร มาดูกัน! มาทำความเข้าใจการทำงานของ AHA BHA PHA กันก่อน       โดยปกติวงจรการผลัดเซลล์ผิวของร่างกายเพื่อสร้างเซลล์ผิวใหม่จะอยู่ที่ระยะเวลาประมาณ 28 วัน แต่หากมีปัจจัยอื่นมาร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นมลภาวะ ฝุ่นควัน รังสียูวีจากแสงแดด หรืออายุที่สูงขึ้น จะทำให้วงจรการผลัดเซลล์ผิวเกิดช้าลงและประสิทธิภาพน้อยลงอีกด้วย เซลล์ผิวที่ตายแล้วจึงถูกสะสมอยู่บนผิวหนัง เป็นเหตุให้ผิวหมองคล้ำ รูขุมขนอุดตัน รวมถึงเกิดสิวอุดตันและสิวอักเสบในที่สุด  การใช้กรดช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวจึงเป็นหนึ่งตัวเลือกที่นิยมใช้กัน ซึ่งได้แก่ กลุ่ม AHA (Alpha Hydroxy Acid) หรือที่คุ้นกันในชื่อกรดผลไม้ เพราะกรดประเภทนี้ถูกสกัดมาจากผลไม้นั่นเอง เช่น  Glycolic acid, Lactic acid, Malic Acid, Citric Acid, Sugar Cane Extract เป็นต้น กรดกลุ่ม AHA จะช่วยให้เซลล์เก่า ๆ บนผิวหน้าของเราหลุดออกไปเร็วขึ้น ทั้งยังกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่และสร้างคอลลาเจนในผิวชั้น Dermis สามารถลดริ้วรอยบนใบหน้าได้ดี และลดสิวที่อุดตันได้ กลุ่ม BHA (Beta Hydroxy Acid) จะใช้ Salicylic acid เป็นสารผลัดเซลล์ผิว โดยมีความต่างจาก AHA ตรงที่ BHA จะละลายในน้ำมัน  จึงซึมลงรูขุมขนเพื่อผลัดเซลล์ผิว ลดการอุดตันได้ดี รวมถึงต้านการอักเสบ ลดสิวอักเสบได้บ้าง กลุ่ม PHA (Poly Hydroxy Acid) ทำหน้าที่ผลัดเซลล์ผิวคล้าย AHAs แต่มีขนาดโมเลกุลที่ใหญ่กว่า จึงซึมลงสู้ผิวได้ไม่ดีเท่า AHAs และประสิทธิภาพก็จะด้อยกว่าด้วยเช่นกัน แต่จะก่อให้เกิดการระคายเคืองได้น้อยกว่า จึงเป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย ผลข้างเคียงของ AHA และ BHA        ที่จริงแล้วผลิตภัณฑ์ที่ใช้บนผิวหน้าไม่ควรมีความเข้มข้นของกรด AHA เกิน 10% ส่วนผลิตภัณฑ์สำหรับผิวกายไม่ควรมีความเข้มข้นของกรด AHA เกิน 15%…

แบ่งปันบทความดีๆผ่านทาง
Read More

Shopping cart

0
image/svg+xml

No products in the cart.

Continue Shopping