เมื่อหน้าหนาวใกล้เข้ามา หลายๆ คนก็มักจะพบเจอปัญหาผิวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาผิวแตก ผิวแห้ง หน้าแห้งลอกเป็นขุย ซึ่งถ้าผิวแห้งแบบอาการไม่หนักก็อาจจะมีแค่อาการคันเบาๆ แต่ถ้าแห้งมากก็อาจจะแสบคัน จนทำให้เราเกามันมากๆ และอาจะจะกลายเป็นแผลได้ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นอาการผิวแห้ง หรืออาการผิวขาดน้ำ ความบอบบางแพ้ง่ายนั้นก็จะขึ้นอยู่กับชนิดของผิวหน้าเราด้วย ดังนั้น เคล็ดลับดูแลผิว อย่างนึงเลยคือการรูจักชนิดผิวของตนเอง

เคล็ดลับดูแลผิว หน้าหนาว

เคล็ดลับดูแลผิว ตาม 5 ชนิดของผิวหน้า ผิวของคุณจัดอยู่ในประเภทไหน?

หลาย ๆ คนอาจจะสงสัยว่าเรามีผิวหน้าประเภทไหน มีวิธีการสังเกตอย่างไร และผิวนั้นมีกี่ประเภทกันแน่? โดยทั่วไปผิวหน้าของคนเราแบ่งออกได้เป็น 5 ประเภท คือ 

  1. ผิวธรรมดา
  2. ผิวมัน
  3. ผิวแห้ง
  4. ผิวบอบบางแพ้ง่าย
  5. ผิวผสม

โดยพันธุกรรมจากคุณพ่อคุณแม่เรานั้น จะเป็นตัวกำหนดว่าเรามีผิวประเภทใด แต่ว่าปัจจัยภายนอกอื่น ๆ ก็ส่งผลต่อสภาพผิวของเราด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น สภาพแวดล้อม ลักษณะการรับประทานอาหาร หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของเรา

การดูแลผิวธรรมดา

ผิวหน้าธรรมดาถือว่าเป็นผิวหน้าที่มีความสมดุลมากที่สุด ผิวบริเวณ T-zone (หน้าผาก จมูก และคาง) มีความมันเล็กน้อยและไม่แห้งจนเกินไป ทำให้ผิวมีความชุ่มชื้น อ่อนนุ่ม หรือที่เรียกว่าผิวสุขภาพดีนั่นเอง โดยลักษณะของผิวธรรมดาจะเป็นดังนี้:

  • ผิวไม่มันและไม่แห้งจนเกินไป
  • มีรูขุมขนขนาดเล็ก
  • มีการไหลเวียนโลหิตที่ดี ทำให้ผิวมีความสดชื่น สีอมชมพู ไม่หมองคล้ำ
  • ผิวเรียบเนียน อ่อนนุ่ม ไม่มีสิว ไร้ริ้วรอย

การดูแลผิวธรรมดา นั้น ควรใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เพิ่มความชุ่มชื้นเป็นประจำ เพื่อรักษาสภาพของผิวให้คงอยู่ได้นานขึ้น ทำความสะอาดผิวด้วยโฟมล้างหน้าที่อ่อนโยน (RS foam) และทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกกลางแจ้ง (RS Face Balm SPF30)

การดูแลผิวมัน

ผิวหน้ามัน เป็นผิวที่มีการผลิตน้ำมันในปริมาณมากเกินไป สามารถมองเห็นรูขุมขนได้อย่างชัดเจน เพราะว่ารูขุมขนใหญ่ ทำให้มีแนวโน้มที่จะเป็นสิว เวลาใช้กระดาษซับมัน จะเห็นน้ำมันบนกระดาษได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะจากบริเวณ จมูก หน้าผาก และ โหนกแก้ม โดยลักษณะของผิวมัน จะเป็นดังนี้:

  • ผิวเงา มันวาว รูขุมขนกว้าง
  • หน้ามันเยิ้มได้ง่าย
  • น้ำมันหล่อเลี้ยงผิวมากเกินไป
  • บางครั้ง มีสิวหัวดำ หรือ สิวเสี้ยน
  • ผิวค่อนข้างหนา และไม่สามารถมองเห็นเส้นเลือดได้อย่างชัดเจน

การดูแลผิวมัน นั้น ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นประเภทเนื้อบางเบา ซึมซาบง่าย เช่น โลชั่น หรือ เซรั่ม เป็นต้น เพราะโดยปกติแล้ว ผิวมันจะสามารถผลิตสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ (Sebum) ได้ดีอยู่แล้ว ส่วนการทำความสะอาดผิวมัน ควรล้างหน้าอย่างน้อยวันละ 2- 3 ครั้ง เพื่อช่วยขจัดความมันส่วนเกิน และป้องกันการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย อันเป็นสาเหตุแห่งการเกิดสิว

การดูแลผิวแห้ง

ผิวหน้าแห้งเป็นผิวที่มีการผลิตความมันได้น้อยกว่าผิวธรรมดา รวมถึงขาดกรดไขมันที่จำเป็นต่อการรักษาความชุ่มชื้น ทำให้ผิวอาจจะลอกเป็นขุย หยาบกร้านและดูหมองคล้ำได้ง่าย โดยเฉพาะหากอยู่ในสภาพอากาศที่เย็นนาน ๆ โดยลักษณะของผิวแห้ง จะเป็นดังนี้:

  • ผิวดูขาดน้ำ แห้งกร้าน
  • ผิวลอกเป็นขุย ๆ 
  • ผิวไม่มีน้ำมันหล่อเลี้ยง
  • รูขุมขนเล็ก ละเอียด
  • มีริ้วรอยก่อนวัย

การดูแลผิวแห้งนั้น ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์และควรเป็นเนื้อครีม เพราะมอยเจอร์ไรเซอร์สามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวและรักษาสมดุลผิวหน้าให้มีความอิ่มน้ำมากขึ้นอีกด้วย เมื่อผิวลอก เป็นขุย ไม่ควรขูดหรือแกะออก เพราะอาจจะทำให้เกิดแผลได้ ควรสัมผัสผิวหน้าอย่างเบามือ

การดูแลผิวบอบบางแพ้ง่าย

ส่วนใหญ่แล้ว ผิวหน้าชนิดนี้ พบในผู้ที่มีผิวแห้ง หรือคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ โดยผิวหน้าชนิดนี้ บางมากๆ จนสามารถมองเห็นเส้นเลือดได้ คนที่มีผิวบอบบาง จะเกิดการแพ้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับผิวได้บ่อยครั้ง มีโอกาสมากกว่าผิวชนิดอื่นที่จะเกิดผื่นแดงบวม คัน สิวผด รอยไหม้ หรือรอยด่าง ผิวบอบบางจึงควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ โดยลักษณะของผิวบอบบางแพ้ง่าย จะเป็นดังนี้:

  • ผิวหน้าบาง แพ้ง่าย
  • ผื่นขึ้นง่าย หรือ อักเสบง่าย
  • มักจะระคายเคืองต่อผลิตภัณฑ์ทั่วไป
  • สุขภาพผิวไม่แข็งแรง

การดูแลผิวบอบบางแพ้ง่าย นั้น ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ ที่อ่อนโยนและไม่ระคายเคืองผิว ควรจะเป็น ผลิตภัณฑ์ ที่ผ่านการทดสอบโดยแพทย์ผิวหนังมาแล้ว (เช่นผลิตภัณฑ์ของ Riviera Suisse) และถ้าเป็นไปได้ ควรจะใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากสารสกัดธรรมชาติเป็นหลัก และมีคุณสมบัติที่สามารถช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้กลับมาแข็งแรงได้

การดูแลผิวผสม

ผิวหน้าแบบผสม จะมีลักษณะสำคัญของผิวแห้งและผิวมันผสมกัน บริเวณ T-zone (หน้าผาก จมูก และคาง) จะมีการผลิตไขมันมากกว่าบริเวณอื่น ๆ ทำให้มีโอกาสเกิดสิวที่บริเวณนี้ได้ง่าย ในขณะเดียวกัน ผิวบริเวณ U-zone (รอบดวงตา แก้ม) จะมีลักษณะของผิวที่แห้ง ลอกเป็นขุย จากการขาดน้ำมัน โดยลักษณะของผิวผสม จะเป็นดังนี้:

  • ผิวมันบริเวณ T-zone (หน้าผาก จมูก และคาง)
  • ผิวแห้งบริเวณ U-zone (บริเวณรอบดวงตา และแก้ม)
  • สิวส่วนใหญ่จะขึ้นบริเวณ T-zone
  • มีสิวผดบริเวณหน้าผาก

การดูแลผิวผสมนั้น ควรเลือกดูแลผิวตามเฉพาะจุด เนื่องจากใบหน้าของเรามีทั้งผิวมันและผิวแห้งผสมอยู่ และไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ออกฤทธิ์รุนแรงเกินไป เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตมาสำหรับผิวมันโดยเฉพาะ เพราะจะทำให้ส่วนของผิวที่แห้งแล้ว แห้งไปกว่าเดิมอีก อาจจะทำให้ผิวหยาบกร้าน มีรอยแดง นอกจากนี้แล้วส่วนผสมที่ออกฤทธิ์รุนแรงเกินไป อาจจะไปรบกวนต่อมไขมันให้ผลิตน้ำมันออกมามากกว่าเดิม

เคล็ดลับดูแลผิว หน้าหนาว

การดูแลผิวหน้าโดยทั่วไป เคล็ดลับดูแลผิว สำหรับสภาพอากาศหน้าหนาว

1. ไม่อาบน้ำร้อน และไม่ล้างหน้าด้วยน้ำร้อน

การอาบน้ำร้อนในหน้าหนาวนั้น อาจจะสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกายเราได้ก็จริง แต่ว่าน้ำร้อนมีคุณสมบัติชะล้างไขมันบนผิวออก ทำให้ผิวไม่สามารถกักเก็บความชุ่มชื้นเอาไว้ได้ ทำให้ผิวแห้ง ผิวแตก ผิวขาดน้ำ

2. บำรุงผิวให้ชุ่มชื้นทันทีหลังอาบน้ำ

เมื่อนึกถึงปัญหาผิวหน้าหนาว หลายคนก็จะนึกถึงปัญหาผิวแห้ง ทำให้สิ่งสำคัญมากๆ อย่างนึงในหน้าหนาวเลย คือการรักษาความชุ่มชื้นของผิวไว้ โดยควรใช้ครีมบำรุงผิวที่จะช่วยดูแลผิวให้ชุ่มชื้น ยิ่งถ้าเราบำรุงหน้าในเวลากลางคืนก่อนนอนเป็นประจำ จะทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นอย่างเป็นธรรมชาติอย่างแน่นอน (Face Balm Night)

3. ปกป้องผิวจากแสงแดด

หลายคนอาจจะถือโอกาสไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ ในหน้าหนาว ซึ่งก็มีสถานที่ต่างๆ ที่น่าไปเที่ยวมากมาย แต่ไม่ว่าอากาศจะเย็นแค่ไหน แสงแดดก็ยังมีรังสี UVA และ UVB อยู่เสมอ ซึ่งรังสี UVA นั้นทำให้ผิวเรามีริ้วรอย เหี่ยวย่น แก่ก่อนวัย และเสี่ยงต่อมะเร็งผิวหนัง และรังสี UVB นั้นทำให้ผิวไหม้แดด ผิวดำ ผิวหมองคล้ำ เกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำ เพราะฉะนั้น จึงสำคัญมากที่เราทาครีมกันแดดก่อนที่จะออกไปเที่ยวในที่โล่งแจ้ง ซึ่งจะดีขึ้นไปอีกถ้าครีมกันแดดของเรามีคุณสมบัติบำรุงผิว ได้ดีเทียบเท่าครีมที่ทาก่อนนอนเลยทีเดียว (RS Face Balm SPF30)

4. การดื่มน้ำให้เพียงพอ

ในฤดูหนาว นอกจากอากาศหนาวแล้ว อากาศก็ยังแห้งด้วยเช่นกัน หลายคนอาจจะดื่มน้ำน้อยลงในหน้าหนาวโดยไม่รู้ตัว เพราะว่าไม่ได้รู้สึกว่าเสียเหงื่อมากเท่าไหร่ แต่ว่าผิวของเราก็ยังต้องการความชุ่มชื้นจากภายในอยู่เหมือนเดิม นอกจากนี้แล้ว การดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยให้กระบวนการทำงานของร่างกายอยู่ในภาวะที่สมดุล เช่น ช่วยดูดซึมสารอาหารเข้าสู่เซลล์ร่างกาย ช่วยขับสารพิษออกจากอวัยวะ ควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย ควบคุมความดันโลหิต เมื่อร่างกายทำงานปกติแล้ว ก็จะส่งผลมาที่ผิวพรรณของเรา ทำให้ผิวสุขภาพดี ชุ่มชื้น เต่งตึง ไม่แห้งกร้าน และที่สำคัญไม่เป็นผิวขาดน้ำอีกด้วย

สรุป เคล็ดลับดูแลผิว หน้า ในสภาพอากาศหน้าหนาว

การดูแลผิวหน้าในฤดูหนาวนั้น เราควรจะดูแลผิวให้ชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นทันทีหลังอาบน้ำ การไม่อาบน้ำด้วยน้ำร้อน ไม่ล้างหน้าด้วยน้ำร้อน การปกป้องผิวจากแสงแดด และการดื่มน้ำให้เพียงพอ แต่นอกจากนี้แล้ว สิ่งที่สำคัญมากๆ อย่างนึงคือการที่เราดูแลผิวตามความต้องการของผิวเรา ซึ่งถ้าเรารู้ว่าเรามีผิวชนิดไหน จะทำให้เราสามารถดูแลผิวได้อย่างตรงจุด และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

แบ่งปันบทความดีๆผ่านทาง

Follow Us on Social Media:

เผยผิวสุขภาพดีไปกับเรา

Shopping cart

0

No products in the cart.